จาการ์ตาผุดโปรเจ็กต์นำร่อง รถเมล์ไฟฟ้าเพื่อคุณภาพอากาศคนเมือง


 
จาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย กำลังทดลองโครงการนำล่องนำรถเมล์ไฟฟ้า (EV) มาใช้แทนรถเมล์ที่ใช้เชื้อเพลิงปิโตรเลียม หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ระบบรถเมล์หรือรถโดยสารประจำทางของมหานครจาการ์ตานั้น ได้ชื่อว่าเป็นระบบรถโดยสารสาธารณะภาครัฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือมีจำนวนผู้โดยสารมากกว่า 200 ล้านคนและมีการเพิ่มเส้นทางเดินรถสายใหม่ๆทุกปี แต่การที่รัฐบาลอินโดนีเซียตัดสินใจปรับเปลี่ยนให้จาการ์ตาหันมาใช้รถเมล์ไฟฟ้าแทนรถเมล์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบเดิมๆ เป้าหมายก็เพื่อฟื้นฟูคุณภาพอากาศในเมืองใหญ่แห่งนี้ให้ดีขึ้นและเป็นมิตรต่อสุขภาพของประชากรมากขึ้นนั่นเอง
 
นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 เป็นต้นมา จาการ์ตาเริ่มนำรถเมล์ไฟฟ้าที่ผลิตโดยบริษัทจีนและบริษัทท้องถิ่นของอินโดนีเซียเองมาทดลองวิ่งให้บริการ นอกจากเป้าหมายการทำให้จาการ์ตาเป็นเมืองสีเขียว หรือเมืองใหญ่ที่เป็นมิตรต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมในระดับโลกแล้ว อินโดนีเซียยังมุ่งหวังให้เมืองใหญ่แห่งนี้เป็นที่จดจำในฐานะเมืองที่มีระบบขนส่งสาธารณะที่สะอาดและไม่สร้างไอเสียอีกต่อไป
 
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชาชาติ (UNEP) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดมลภาวะทางอากาศของโลก สถิติชี้ว่า เฉพาะในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค มลภาวะทางอากาศได้ส่งผลคร่าชีวิตผู้คนถึง 4 ล้านคนต่อปี
 
เชื่อว่าโครงการนำล่องนี้จะทำให้คุณภาพอากาศและคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นเป็นลำดับ ในสายตาของชาวจาการ์ตา โครงการนี้อาจเริ่มต้นช้าไปด้วยซ้ำ เพราะปัญหาคุณภาพอากาศในเมืองหลวงที่มีการจราจรแน่นขนัดได้สร้างความสูญเสียต่อสุขภาพอย่างที่หลายคนไม่คาดคิด เมื่อเร็วๆนี้ มีประชาชน 57 คนในเมืองจาการ์ตารวมกลุ่มกันยื่นฟ้องเทศบาลนครจาการ์ตาที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอากาศเป็นพิษ เป้าหมายความเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐบาลออกมาดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ซึ่งนอกเหนือจากการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ขนส่งสาธารณะที่เป็นระบบไฟฟ้าแล้ว ประชาชนยังเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับโรงงานอุตสาหกรรมย่านชานเมืองจาการ์ตาที่ยังคงใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงอย่างเคร่งครัดอีกด้วย
 
 
 
 
 

ที่มา:ฐานเศรษฐกิจ