"Gapo" โซเชียลน้องใหม่ "เฟซบุ๊กเวียดนาม"


 
“เวียดนาม” ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีพัฒนาการเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจใหม่ ปัจจุบันรัฐบาลให้การสนับสนุนเทคโนโลยีท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อสร้างอำนาจการแข่งขันในตลาดโลก ล่าสุดบริษัทเทคโนโลยีเวียดนามได้เปิดตัว “กาโป” (Gapo) แพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือบางคนเรียกว่า “เฟซบุ๊กเวียดนาม”
 
รอยเตอร์สรายงานว่า บริษัท G-Group บริษัทเทคโนโลยีของเวียดนาม ได้เปิดตัว “กาโป” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยงบฯลงทุนประมาณ 21.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย “ฮา จึ่ง เกียน” ประธานบริหารบริษัท กล่าวว่า เวียดนามเป็นประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่มีประชากรวัยหนุ่มสาวเกิน 50% ของประชากรทั้งหมด ขณะเดียวกันประชากรก็มีพฤติกรรมที่ค่อนข้าง “เสพติดโซเชียล” โดยเฉพาะเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง “เฟซบุ๊ก”
 
“ผมรู้สึกว่าพวกเขาใช้งานเฟซบุ๊กมากเกินไป ขณะที่ชาวเวียดนามก็มีทางเลือกให้ไม่มากนัก”
 
นี่จึงเป็นกำเนิดของ “กาโป” โดยบริษัทตั้งเป้ามีผู้ลงทะเบียนใช้งาน 3 ล้านรายในปีนี้ และเพิ่มเป็น 20 ล้านคน ใน ม.ค. ปี 2021
 
ประธานบริหารระบุว่า “เรามั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ เพราะฟังก์ชั่นการใช้งานแทบไม่ต่างกับเครือข่ายสังคมอื่น ๆ ของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโปรไฟล์ส่วนตัว การแชร์โพสต์ต่าง ๆ และการคอมเมนต์โพสต์บนฟีดข่าว แต่บริษัทไม่มีเจตนาที่จะแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ เพียงแต่ต้องการเพิ่มทางเลือกและสร้างเทคโนโลยีแพลตฟอร์มเป็นของตัวเอง และเตรียมใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในระบบการยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันการถูกแฮกข้อมูลบัญชีลูกค้า”
 
ขณะที่รายงานของ “saigoneer” ระบุว่า กาโปมีโมเดลที่แตกต่างจากเฟซบุ๊กในเชิงระบบปฏิบัติบางอย่าง เช่น กาโปจะเน้นการใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีการเรียนรู้ระบบอัตโนมัติสำหรับการควบคุมเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม แต่สำหรับโมเดลของเฟซบุ๊กจะใช้เอไอทำงานร่วมกับมนุษย์ในการตรวจสอบคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม
 
เจ้าหน้าที่อาวุโส กระทรวงข้อมูลและการสื่อสารของเวียดนาม กล่าวว่า “กาโป” เป็นโซเชียลมีเดียตัวล่าสุดที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แม้ว่าก่อนหน้านี้มีบริษัทเวียดนามพยายามพัฒนาแอปพลิเคชั่นสื่อสังคมออนไลน์หลายตัว เช่น VietnamTa และ Hahalolo แต่ก็ไม่คืบหน้ามากนัก
 
“เหงียน เหม่น ฮึง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้อมูลฯ กล่าวว่า รัฐบาลเวียดนามสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมทุกระดับ ตั้งแต่สตาร์ตอัพจนถึงเอสเอ็มอี ให้ปรับเปลี่ยนระบบการผลิตด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งผลักดันให้มีการสร้างเทคโนโลยีต่าง ๆ มากขึ้น ภายใต้นโยบาย “เมด อิน เวียดนาม” เพราะต้องการยกระดับเวียดนามให้สามารถแข่งขันได้ในหลายอุตสาหกรรม และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในอนาคต
 
ทั้งนี้ “นูดี วาลดีโน” เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ประจำเอเชีย-แปซิฟิกของเฟซบุ๊ก กล่าวกับ “เวียดนามดอตเน็ต” ว่า แอปพลิเคชั่นกาโปถือเป็นข่าวดีของคนเวียดนามที่จะมีสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่มีการใช้สื่อออนไลน์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยในปี 2018 ที่ผ่านมา พบว่าผู้ใช้งานเฟซบุ๊กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 242 ล้านราย ที่ใช้เฟซบุ๊กทุกวัน ราว 42 ล้านคนมาจากเวียดนาม ทั้งคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 50 ล้านคนในปี 2020 
 
“เป็นไปได้ว่าจากแนวโน้มผู้ใช้งานเฟซบุ๊กในเวียดนามที่มากขึ้น เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลออกกฎหมายความมั่นคงด้านไซเบอร์เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดให้บริษัทต่างชาติจะต้องตั้งสำนักงานในเวียดนาม และจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดในประเทศ ดังนั้นการเปิดตัวของกาโป จึงมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ในเวียดนาม อีกทั้งยังสร้างความท้าทายให้กับแพลตฟอร์มโซเชียลต่างสัญชาติไม่น้อย” นายวาลดีโนระบุ
 
ทั้งนี้ หลังจากที่ “กาโป” เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ระยะเวลาเพียง 3 วัน มีคนเวียดนามลงทะเบียนบัญชีใหม่แล้วเกือบ 300,000 คน และคาดว่าจะถึง 500,000 คนในสิ้นเดือน ก.ค.นี้
 
 
 
 
 

ที่มา:ประชาชาติธุรกิจ