จีนยกเลิกออเดอร์เนื้อหมูสหรัฐครั้งใหญ่ในรอบกว่า 1 ปี


 
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ว่ากระทรวงเกษตรของสหรัฐออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี ว่าในสัปดาห์เดียวกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าของจีนจาก 10% เป็น 25% ต่อมูลค่าสินค้านำเข้า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 6.3 ล้านล้านบาท ) โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลปักกิ่งยกเลิกรายการสั่งซื้อเนื้อหมู 3,247 เมตริกตันจากอเมริกา คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 205,926.5 ล้านบาท ) มากที่สุดในรอบกว่า 1 ปี
 
ทั้งนี้ จีนรวมถึงฮ่องกงถือเป็นตลาดเนื้อหมูขนาดใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐรองจากญี่ปุ่น และแม้อยู่ในช่วงของสงครามการค้า แต่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูในสหรัฐต่างหวังว่าจีนจะสั่งซื้อเนื้อหมูจากอเมริกาเพิ่มขึ้น เนื่องจากจีนกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์สุกรแอฟริกัน ( เอเอสเอฟ ) ด้วย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์จริงกลับตรงกันข้าม อีกทั้งการยกเลิกคำสั่งซื้อเนื้อหมูจากสหรัฐของจีนครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์สุดท้ายของเดือนก.พ. ปีนี้ รัฐบาลปักกิ่งยกเลิกรายการสั่งซื้อ 53 เมตริกตัน  ตามด้วย 999 เมติกตันในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมี.ค. และอีก 214 เมตริกตันในช่วงสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา
 
อนึ่ง สถานการณ์การซื้อขายเนื้อหมูระหว่างสหรัฐกับจีนเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ทรัมป์ประกาศ "สถานการณ์ฉุกเฉินด้านเทคโนโลยี" ที่แม้ไม่มีการพาดพิงชื่อประทเศและบริษัทใดโดยตรง แต่ทุกฝ่ายเชื่อว่าหมายถึงบริษัทหัวเว่ยของจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้พัฒนาระบบโครงข่าย 5 จี และผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องรายใหญ่ที่สุดของโลก ด้านนายลู่ คัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รัฐบาลปักกิ่งคัดค้าน "มาตรการกีดกันการค้าตามอำเภอใจ" ของประเทศใดก็ตามต่อผู้ประกอบการของจีน และจะมี "มาตรการตอบโต้" แต่ยังปฏิเสธให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าคืออะไร.
 
 
 
 

ที่มา:เดลินิวส์