ญี่ปุ่นชี้ 'โรงไฟฟ้านิวเคลียร์' อาจต้องปล่อยน้ำปนเปื้อนรังสี 'ลงทะเล'


 
รมว.สิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นเผย บ่อกักเก็บน้ำปนเปื้อนในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะใกล้จะเต็ม พร้อมเสนอ 'ทางเลือกเดียว' ให้รัฐบาลพิจารณาอนุมัติ คือ การปล่อยน้ำปนเปื้อนรังสีลงสู่ทะเลให้เจือจางไปเอง แต่เกรงจะถูกคัดค้านจากชาวประมงในญี่ปุ่น-ประเทศเพื่อนบ้าน
 
นายโยชิอากิ ฮาราดะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น ประเมินว่า บ่อกักเก็บน้ำปนเปื้อนจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้า 'ฟุกุชิมะไดอิจิ' ในจังหวัดฟุกุชิมะ ทางเหนือของญี่ปุ่น ซึ่งเสียหายหนักจากแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อ 8 ปีก่อน ใกล้จะเต็มในเวลาประมาณ 3 ปีข้างหน้า ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นและบริษัทเทปโก เจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าว จะต้องคิดหาแนวทางระบายน้ำปนเปื้อนเตรียมเอาไว้
 
นายฮาราดะ ระบุว่า การปล่อยน้ำปนเปื้อนลงไปในทะเลโดยตรง คือ 'ทางเลือกเดียว' ที่มีอยู่ในตอนนี้ และจะต้องให้น้ำเค็มในทะเลช่วยเจือจางน้ำปนเปื้อน โดยรัฐบาลญี่ปุ่นจะเรียกประชุมสภาและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือกันในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งยังไม่อาจระบุได้ว่าที่ประชุมจะลงมติอย่างไร แต่เขาระบุว่า นี่เป็นวิธีกำจัดน้ำปนเปื้อนจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โดยทั่วไป
 
ทางด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเพิ่มเติมว่า น้ำจากบ่อกักเก็บของเตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ส่วนใหญ่จะปนเปื้อนรังสี 'ทริเทียม' ซึ่งเป็นไอโซโทปของไฮโดรเจน และไม่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิต แต่ปริมาณน้ำปนเปื้อนที่เกิดจากระบบหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะไดอิจิ มีจำนวนกว่า 1 ล้านตัน เพราะไม่ได้รับการระบายตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่เตาปฏิกรณ์ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 9.0 แมกนิจูดและคลื่นสึนามิ จนเป็นเหตุให้เกิดปัญหานิวเคลียร์รั่วไหล และต้องอพยพคนออกนอกพื้นที่
 
รอยเตอร์ระบุว่า หากมีการพิจารณาทิ้งน้ำปนเปื้อนลงทะเลจริง ชาวประมงญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่าง 'เกาหลีใต้' จะเป็นผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด และอาจนำไปสู่การประท้วงได้
 
เกาหลีใต้มีอาณาเขตเชื่อมต่อกับทะเลแปซิฟิก ซึ่งญี่ปุ่นมีแผนจะทิ้งน้ำปนเปื้อนจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิ และหากญี่ปุ่นเลือกวิธีดังกล่าวเพื่อกำจัดน้ำปนเปื้อนจริง อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ทวีความตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม เพราะทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทครั้งล่าสุดเมื่อเดือน ก.ค. นำไปสู่มาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างกัน
 
สาเหตุหลักเกิดจากศาลเกาหลีใต้มีคำพิพากษาให้บริษัทเอกชนของญี่ปุ่นจ่ายค่าชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้แรงงานชาวเกาหลีในยุคที่ยังเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น แต่รัฐบาลญี่ปุ่นชุดปัจจุบันไม่พอใจ จึงมีคำสั่งปลดเกาหลีใต้ออกจาก 'บัญชีขาวทางการค้า' ซึ่งหมายถึงการได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการค้าจากญี่ปุ่น หลังจากนั้นไม่นาน เกาหลีใต้ก็ตอบโต้ด้วยการปลดญี่ปุ่นออกจากบัญชีขาวของตัวเองเช่นกัน
 
ขณะที่สำนักข่าวเอ็นเอชเคของญี่ปุ่นระบุ ปริมาณน้ำปนเปื้อนจากระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิที่ถูกปล่อยออกมาในแต่ละวันอยู่ที่ประมาณ 170 ตัน และสำนักงานกำกับดูแลนิวเคลียร์แห่งชาติญี่ปุ่น (JNRA) ระบุว่า รัฐบาลต้องชี้แจงรายละเอียดด้านความปลอดภัย รวมถึงข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ให้สาธารณชนรับทราบโดยทั่วกัน เพื่อป้องกันความแตกตื่นและการเผยแพร่ข่าวลือผิดๆ
 
ส่วนนายโยชิฮิเดะ สุกะ เลขาธิการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ระบุว่ารัฐบาลยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ และข้อเสนอที่นายฮาราดะกล่าวถึง เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าถัาหากคณะรัฐมนตรีและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปว่าจะกำจัดน้ำปนเปื้อนอย่างไร ก็จะชี้แจงขั้นตอนดำเนินการอย่างละเอียด และเปิดเผยข้อมูลประกอบการพิจารณาเพื่อยืนยันความโปร่งใส ทั้งต่อประชาชนญี่ปุ่นและประชาคมโลก
 
 
 
 
 

ที่มา:วอยซ์ทีวี