หญิงโรฮิงญาต่อแถวคุยสื่อ เล่าความรุนแรงในยะไข่


    หญิงชาวโรฮิงญาต่อแถวเล่าเรื่องความรุนแรงในยะไข่ หลังผู้สื่อข่าวได้รับอนุญาตเข้าไปในพื้นที่ขัดแย้งได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะกันรอบล่าสุด
    สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ผู้หญิงชาวโรฮิงญาหลายคนต่อแถวกันเล่าให้ผู้สื่อข่าวต่างชาติว่า สามี ลูกและญาติของพวกเธอได้หายตัวไปหรือถูกจับกุมโดยไม่ทราบข้อกล่าวหา หลังจากสื่อได้รับอนุญาตให้เข้าไปในหมู่บ้านของชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ของเมียนมาได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะกันเดือนตุลาคม
    รอยเตอร์สระบุว่า ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคุมเข้มสื่ออย่างใกล้ชิด แต่สื่อต่างเรียกร้องว่า ต้องการพูดคุยกับชาวโรฮิงญาโดยไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาฟังด้วย หลังจากนั้น ผู้หญิงชาวโรฮิงญาก็เล่าเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย การข่มขืน การทรมานและการสังหารชาวโรฮิงญา
    หนึ่งในคนที่มาพูดคุยกับสื่อระบุว่า ลูกชายวัย 14 ปีของเธอถูกจับกุมไปอยู่ค่ายตำรวจ โดยถูกขังแยกกับผู้ใหญ่ และไม่มีข้อมูลว่า ลูกชายของมีทนายความให้แล้วหรือไม่ นอกจากนี้ เธอยังย้ำว่า ลูกชายของเธอไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายอย่างที่ถูกกล่าวหา ขณะที่อีกคนเล่าว่า พ่อของเธอถูกลากเข้าไปในบ้านและเผาจนเสียชีวิต และแม่ของเธอก็ถูกจับกุม 6 เดือน เนื่องจากเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่า แม่ของเธอกุเรื่องเกี่ยวกับการสังหารพ่อของเธอ ซึ่งผู้สื่อข่าวไม่สามารถติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จากเจ้าหน้าที่ทหารได้
    ความรุนแรงรอบล่าสุดส่งผลให้ชาวโรฮิงญา มากกว่า 75,000 คนต้องอพยพข้ามไปยังบังกลาเทศ ซึ่งสหประชาชาติระบุว่า กองทัพเมียนมาอาจเข้าข่ายว่ากำลังก่ออาชญกรรมต่อมนุษยชาติ จึงต้องการเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่รัฐบาลเมียมนานำโดยนางอองซาน ซูจี มุขมนตรีแห่งรัฐของเมียนมา เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และสั่งห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ของยูเอ็นเข้าประเทศ
 
 
 
 

ที่มา:วอยซ์ทีวี