ก.แรงงาน เร่งปรับแผนจัดเก็บข้อมูลพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลแรงงานต่างด้าวในภาคประมง ให้เข้าระบบในสิ้นเดือนมีนาคมนี้


 
พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานจัดเก็บข้อมูลพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของแรงงานต่างด้าว หรือ การสแกนม่านตาแรงงาน ที่สถานประกอบการประมงทะเลแปรรูปสัตว์น้ำและกิจการต่อเนื่องประมงในจังหวัดสมุทรสาคร ว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยและกำชับให้กระทรวงแรงงานเร่งดำเนินงานดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเร็วๆนี้
 
หลังจากลงพื้นที่ตรวจติดตามงานของคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกระทรวงแรงงานจึงมีเป้าหมายจัดเก็บข้อมูลสแกนม่านตาแรงงาน ที่ทำงานในพื้นที่ 22 จังหวัดชายทะเลให้ได้ 203,238 คนที่จะใช้เครื่องสแกนม่านตาที่มีประมาณ 30 เครื่องและจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ (61) ซึ่งขณะนี้สามารถจัดเก็บข้อมูลไปแล้ว 93,528 คน และเหลืออีก 109,701 คน
 
โดยเฉพาะจะต้องเร่งดำเนินการในจังหวัดที่มีความหนาแน่นของแรงงานใน 5 จังหวัดคือสมุทรสาคร/สมุทรปราการ/ระยอง/ระนองและปัตตานี ดังนั้น จึงมีการปรับแผน จัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่ หรือโมบายทีม 12 ชุด เจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจตระเวนชายแดน ปฏิบัติงานร่วมกันเพื่อให้การสแกนม่านตาแรงงานแล้วเสร็จทันกำหนด ซึ่งใน 1 ชุดโมบายทีม จะทำงานเก็บข้อมูลสแกนม่านตาแรงงานได้ 500 คนต่อวัน
 
รวมถึงเตรียมแผนอาจต้องเก็บตกข้อมูลกับแรงงานที่ออกทะเลในช่วงเวลานี้ด้วย เพื่อให้ครอบคลุมแรงงานทั้งหมด สำหรับเป้าหมายจัดเก็บข้อมูลสถานประกอบการประมงทะเล แปรรูปสัตว์น้ำและกิจการต่อเนื่องประมงในจังหวัดสมุทรสาคร จะเร่งดำเนินการใน 43 สถานประกอบการที่มีแรงงานรวมประมาณ 50,000 คน จากนั้นจะเร่งดำเนินการในสถานประกอบการรายย่อย
 
โดยวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงานของชุดโมบายทีม ที่ดำเนินการใน 2 สถานประกอบกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ สามารถจัดเก็บข้อมูลสแกนม่านตาได้กว่า 950 คน
 
 
 
 

ที่มา:ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน