ครม. เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการด้านความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น


 
ร่างแผนปฏิบัติการด้านความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น เป็นเอกสารความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่นในการตอบสนองต่อความท้าทายทางเศรษฐกิจต่าง ๆ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ 3 ข้อ โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
 
                             ข้อ 1 การรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอันใกล้ชิดระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่น เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาตลาดที่เปิดกว้างสำหรับการค้าและการลงทุน และหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการที่มิใช่ภาษีที่ไม่จำเป็นที่อาจก่อให้เกิดการจำกัดการส่งออกและการนำเข้าสินค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น อาทิ อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ อาหาร และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ หรืออาจทำให้เกิดการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค
                             ข้อ 2 การบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายสินค้าจำเป็น รวมทั้งสินค้าอาหารและเกษตร เพื่อสนับสนุนความอยู่รอดและความสมบูรณ์ของห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ รวมถึงทางการเงินสำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) และกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
                             ข้อ 3 การเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ กำหนดกรอบความร่วมมือในการเสริมสร้างศักยภาพด้านการเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อห่วงโซ่อุปทานในภาวะฉุกเฉิน และพิจารณาจัดทำข้อริเริ่มความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในสาขายุทธศาสตร์ รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และพลังงาน
 
นอกจากนี้ ร่างแผนปฏิบัติการฯ ได้กำหนดมาตรการทางยุทธศาสตร์ (strategic measures) และแนวทางการดำเนินกิจกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นกิจกรรมที่ฝ่ายญี่ปุ่นจะเป็นผู้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ได้แก่ ข้อ 1 การเร่งลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ภายในเดือนพฤศจิกายน 2563 ตามกำหนด การส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และเคมีภัณฑ์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านอุตสาหกรรม และยุทธศาสตร์ดิจิทัลเพื่อปกป้องธุรกิจ รวมถึงแสวงหาโอกาสการค้าดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ข้อ 2 การจัดสัมมนาและบริการจับคู่ธุรกิจออนไลน์โครงการสนับสนุนทางการเงินเพื่อเสริมสร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลในเอเชีย และการสำรวจความต้องการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของ MSMEs เป็นต้น และข้อ 3 การเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการโรงงานด้วยอินเทอร์เน็ตประสานสรรพสิ่ง (loT) การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระบุกฎระเบียบของอาเซียนที่จำเป็นใน "ความปกติใหม่” และโครงการการเสริมสร้างศักยภาพเพื่อพัฒนาตลาดก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็นต้น
 
ทั้งนี้ อาเซียนและญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายที่จะให้การรับรองร่างแผนปฏิบัติการด้านความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น (AEM-METI) สมัยพิเศษว่าด้วยโควิด-19 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.00-15.00 น.
 
ที่มา www.thaigov.go.th 
 
 
 
 

ที่มา:ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน