รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานร่วมในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-อินเดีย


 
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-อินเดีย เน้นย้ำความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งโดยใช้หลักการภายใต้มุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก สนับสนุนบทบาทที่สร้างสรรค์ของอินเดียภายในภูมิภาคภายใต้นโยบายมุ่งตะวันออกของอินเดีย และหารือความร่วมมือด้านการผลิตและกระจายยาและวัคซีน ในฐานะที่อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเชี่ยวชาญ ที่ประชุมยังเน้นย้ำความร่วมมือสำคัญอื่น ๆ เช่น ความร่วมมือทางทะเลภายใต้ข้อริเริ่ม Indo-Pacific Oceans Initiative (IPOI) ของอินเดีย การส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค ซึ่งทั้งสองฝ่ายแสดงความพร้อมที่จะช่วยเหลือคนชาติซึ่งกันและกันให้กลับประเทศในช่วงโควิด-๑๙
 
เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๓ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ และนายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ได้เป็นประธานร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-อินเดีย ผ่านระบบการประชุมทางไกล ในช่วง การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ ครั้งที่ ๕๓ และการประชุมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
 
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้กล่าวถ้อยแถลงร่วมในนามอาเซียน ในฐานะที่ไทยเป็นผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย โดยย้ำถึงความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่มีพลวัตอย่างต่อเนื่องระหว่างอาเซียนกับอินเดีย ซึ่งพัฒนามาจากพื้นฐานของมิตรภาพอันใกล้ชิดและยาวนาน ตลอดจนสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดระหว่างอินเดียกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ ในบริบท ของปัจจุบันที่อาเซียนและอินเดียกำลังเผชิญกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบจากโควิด-๑๙ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้เน้นย้ำว่า อาเซียนและอินเดียจะต้องมุ่งส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งระหว่างกันโดยใช้หลักการภายใต้มุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก และสนับสนุนบทบาทที่สร้างสรรค์ของอินเดียภายในภูมิภาคภายใต้นโยบายมุ่งตะวันออกของอินเดีย ซึ่งจะมีส่วนในการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและสภาพแวดล้อมที่มีสันติภาพและเอื้ออำนวยต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้เน้นย้ำความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ อาทิ การผลิตและกระจายยาและวัคซีน ซึ่งอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและผลิตยาและเวชภัณฑ์ของโลก การพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเตรียมรับมือกับ
 
การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล และการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายระหว่างภาควิชาการ โดยไทยและอินเดียได้ร่วมจัดกิจกรรมเสวนา Roundtable of the ASEAN-India Network of Think-Tanks (AINTT) ครั้งที่ ๖ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมฯ ได้รับทราบข้อเสนอแนะจากงานเสวนาดังกล่าวด้วย
 
นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือในสาขาสำคัญอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนกับอินเดียให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป อาทิ การส่งเสริมความร่วมมือทางทะเล โดยอินเดียเน้นย้ำบทบาทของตนภายใต้ข้อริเริ่ม Indo-Pacific Oceans Initiative (IPOI) การขับเคลื่อน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจโดยส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย การส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค ซึ่งรวมถึงโครงการทางหลวงสามฝ่ายอินเดีย-เมียนมา-ไทย และส่วนขยายไปยัง สปป. ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายแสดงความพร้อมที่จะช่วยเหลือคนชาติซึ่งกันและกันให้กลับประเทศในช่วงโควิด-๑๙ นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้แลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับประเด็นระหว่างประเทศรวมถึงรับรองแผนปฏิบัติการการดำเนินการความเป็นหุ้นส่วนระหว่างอาเซียน-อินเดีย เพื่อสันติภาพ ความก้าวหน้า และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน (ค.ศ. ๒๐๒๑-๒๐๒๕) ด้วย
 
อนึ่ง การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-อินเดียเป็นการประชุมประจำปี เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างอาเซียน-อินเดียในมิติต่าง ๆ โดยไทยรับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย วาระปี ๒๕๖๑-๒๕๖๔
 
 
 
 
 

ที่มา:Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand