ไทยและกัมพูชาผลักดันแผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาไทย - กัมพูชา ในการประชุมความร่วมมือทางวิชาการไทย - กัมพูชา ครั้งที่ ๑๕


 
อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ เห็นชอบแผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาไทย – กัมพูชา ปี ๒๕๖๔ – ๒๕๖๖ เพื่อความร่วมมือด้านสาธารณสุข เกษตร การศึกษา เศรษฐกิจ พัฒนาชุมชนและชนบท การพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรมนุษย์ และแสดงความพร้อมในการแบ่งปันประสบการณ์ในการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ระหว่างการประชุมความร่วมมือทางวิชาการไทย – กัมพูชา ครั้งที่ ๑๕
 
เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ นางสาวภัทรัตน์ หงษ์ทอง อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางวิชาการไทย – กัมพูชา ครั้งที่ ๑๕ ผ่านระบบการประชุมทางไกลออนไลน์ ร่วมกับ นาย Im Sour รองเลขาธิการสภาเพื่อการพัฒนาแห่งกัมพูชา โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ของไทย และของกัมพูชา เข้าร่วมการประชุม ณ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ
 
ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการตามแผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาไทย – กัมพูชาระยะ ๓ ปี ฉบับที่ ๑ (๒๕๖๐ - ๒๕๖๒) ซึ่งครอบคลุมสาขาสาธารณสุข เกษตร ศึกษา รวม ๒๐ โครงการ และโครงการอื่น ๆ ที่สอดคล้องต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาของกัมพูชาทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม อีก ๖ โครงการ อาทิ การพัฒนาชุมชนที่ประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การต่อต้านการค้ามนุษย์ การจัดตั้งศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานตามแนวชายแดน เป็นต้น และได้เห็นชอบแผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาไทย – กัมพูชาระยะ ๓ ปี ฉบับที่ ๒ (๒๕๖๔ - ๒๕๖๖) โดยมีสาขาความร่วมมือในแผนงานฯ ครอบคลุมทุกมิติรวม ๘ สาขา ได้แก่ สาธารณสุข เกษตร การศึกษา พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาชุมชนและชนบท พัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งสอดคล้องกับ National Development Strategic Development Plan ของกัมพูชา
 
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการดำเนินงานความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRD) ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือเพื่อการพัฒนาไทยและกัมพูชา ทั้งในรูปแบบทุนฝึกอบรมระยะสั้น และทุนการศึกษาระดับปริญญาโท ผ่านกรอบความร่วมมือต่าง ๆ อาทิ Annual International Training Course (AITC), Thailand International Postgraduate Programme (TIPP) ความร่วมมือไตรภาคี (trilateral cooperation) กับประเทศผู้ให้เดิมและองค์การระหว่างประเทศ และความร่วมมือในกรอบภูมิภาค เช่น ACMECs GMS เพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามที่ระบุในเป้าหมายที่ 17 ของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)
 
ไทยได้แสดงความพร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์ในการเสริมสร้างความมั่นคงและความเข้มแข็งของชุมชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ใน ๔ ด้าน (4S) ที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ ได้แก่ ความมั่นคงด้านสุขภาพ การจ้างงาน ด้านอาหารและด้านพลังงาน/สิ่งแวดล้อม ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาได้แสดงความขอบคุณและพอใจต่อผลการดำเนินการตามแผนงานฯ ซึ่งช่วยสนับสนุนการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของกัมพูชา อาทิ ชุมชนต้นแบบเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน หมู่บ้านตะโบกวิน จ.บันเตียเมียนเจย ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชนอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โครงการจัดตั้ง OVOP Regional Promoting Center ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การส่งเสริมสินค้า OTOP ของไทย โครงการเตรียมความพร้อมสำหรับโรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่ตามแนวชายแดน เป็นต้น
 
ทั้งนี้ ตามกลไกการประชุมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมความร่วมมือระหว่างประเทศและ Council for the Development of Cambodia ทั้งสองฝ่ายจะสลับกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยการประชุมความร่วมมือทางวิชาการครั้งต่อไปฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในช่วงไตรมาสที่ ๓ ของปี ๒๕๖๔
 
 
 
 

ที่มา:กระทรวงการต่างประเทศ