โฆษกกระทรวงคมนาคม แจงข้อเท็จจริงโครงการรถไฟไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ - นครราชสีมา


 
    จากกรณีบุคคลต่างๆ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรณีใช้มาตรา 44 เดินหน้าโครงการรถไฟไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ดังนี้
    1.นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดัง ระบุการใช้ มาตรา 44 ในการอนุญาตให้สถาปนิกจากจีนเข้ามาทำงานได้โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาต นั้นแม้ว่าจะอนุญาตให้เป็นการเฉพาะ แต่ก็เป็นการเปิดช่องให้สถาปนิกจากชาติอื่นเข้าเจรจาภายใต้หลักการว่าด้วยการไม่เลือกปฏิบัติ ของ WTO ทำให้สถาปนิกทุกชาติทั่วโลกในสนธิสัญญา WTO เข้ามาปฏิบัติวิชาชีพในไทยได้อย่างเสรีทันที โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตปฏิบัติวิชาชีพ ทำให้คนไทยที่ประกอบอาชีพนี้เดือดร้อน
    นายจิรุตม์ วิศาลจิตร โฆษกกระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวก็เพื่อให้ฝ่ายจีนเข้ามาดำเนินโครงการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 (mou) เท่านั้น ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับประเด็นสนธิสัญญา WTO แต่อย่างใด
    2.นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าการให้สิทธิพิเศษแก่ประเทศจีน จะส่งผลให้นานาประเทศที่มีเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงขาดโอกาสในการแข่งขันและจะส่งผลตามมาอย่างร้ายแรง คือ ประเทศไทยจะขาดความเชื่อมั่นในสังคมโลก กระบวนการในระบบกฎหมายของไทยไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม โดยเฉพาะในการทำนิติสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
    โฆษกกระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่า ตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 (mou) รัฐบาลไทยได้ตกลงให้รัฐบาบจีนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน เส้นทางหนองคาย-แก่งคอย-โคราช-ท่าเรือมาบตาพุด และเส้นทางแก่งคอย-กรุงเทพฯ การดำเนินการจึงมีสอดคล้องกับบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าวโดยไม่ขัดกับหลักการนิติสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
    3.นายดิสพล ผดุงกุล นายกสมาคมวิศวกรรมระบบขนส่งทางรางไทย (วศรท.) ระบุว่า 1) การทำโครงการรถไฟความเร็วสูงไม่คุ้มกับการลงทุน คิดเฉลี่ยรัฐบาลจะมีรายได้ประมาณ 10 ล้านบาทต่อวัน จากการให้บริการประชาชนประมาณ 10,000 คนต่อวัน ในขณะที่มีการลงทุนในโครงการประมาณ 200,000-300,000 ล้านบาท 2) การใช้วิศวกรจีนทั้งหมดเข้ามาทำงาน โดยยกเว้นให้ไม่ต้องขึ้นทะเบียนตาม พ.ร.บ.วิศวกร พ.ศ. 2542 เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง 3) ไม่เชื่อมั่นในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของจีน เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จีนยังเคยมีเหตุการณ์รถไฟตกราง
     โฆษกกระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่า โครงการรถไฟความเร็วสูง เป็นโครงการให้บริการด้านขนส่งมวลชนซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นเพื่อการหารายได้จากค่าโดยสาร แต่การพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงพื้นที่ภูมิภาคจะส่งผลต่อการพัฒนาเมืองและการกระจายความเจริญ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ในภาพรวมต่อเศรษฐกิจของประเทศ
     ส่วนประเด็นการยกเว้น พ.ร.บ.วิศวกร พ.ศ. 2542 มาตรา 45 47 และ 49 คำสั่งคณะหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ได้ระบุให้มีการอบรมและทดสอบตามความเหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์
     ทั้งนี้ รถไฟความเร็วสูงของประเทศจีนมีการดำเนินการมาแล้วถึงกว่า 20,000 กิโลเมตร และเป็นโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงขนาดใหญ่ที่สุดโดยมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นสากล หากเทียบสถิติการเกิดอุบัติเหตุต่อระยะทางการเดินรถรวมทั้งหมด จะมีสัดส่วนที่น้อยมาก ซึ่งไม่แตกต่างจากระบบที่ได้รับการพัฒนา
 
 
 
 

ที่มา:ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน