พม. ติดตามสถานการณ์การค้ามนุษย์ในพื้นที่ชายแดนด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ พร้อมประกาศเจตนารมณ์ "ประชารัฐร่วมใจต่อต้านการค้ามนุษย์"


 
    เมื่อวันที่14 ก.ค. 60 เวลา 09.00 น. นายณรงค์ คงคำ โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การค้ามนุษย์ในพื้นที่ชายแดนด่านช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ และประธานพิธีประกาศเจตนารมณ์ "ประชารัฐร่วมใจต่อต้านการค้ามนุษย์” เพื่อขับเคลื่อนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุรินทร์ นายด่านศุลกากรช่องจอม หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่ 2 ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทย บริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา และผู้แทนสถานเอกอัครราชฑูตประเทศสมาชิกอาเซียน ประจำประเทศไทย รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายประชารัฐจังหวัดสุรินทร์ จำนวนทั้งสิ้น 350 คน เข้าร่วมงาน ณ บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์
     พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากการค้ามนุษย์เป็นการกระทำที่ลดทอนศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์ และนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ รวมทั้งปัญหาการขอทานข้ามชาติ ที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ด้วยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ตามแนวทาง "ประชารัฐ” ของรัฐบาล รวมทั้งประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไป สำหรับปัญหาการขอทานข้ามชาติ ประเทศไทยได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุม การขอทาน พ.ศ. 2559 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ได้ดำเนินการจัดระเบียบขอทานตั้งแต่ เดือนตุลาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีขอทานจำนวน 5,573 ราย แบ่งเป็นขอทานไทย จำนวน 3,548 ราย และขอทานต่างด้าว จำนวน 2,025 ราย โดยได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อย่างครบวงจร
     พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า กระทรวง พม. โดย พส. จึงได้ดำเนินโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมืออาเซียน "ประชารัฐร่วมใจต่อต้านการค้ามนุษย์” ระหว่างวันที่ 12 –14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 ณ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ โดยสนับสนุนอาสาสมัครให้มีบทบาท สำคัญในการขับเคลื่อนงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานด้านการค้ามนุษย์ อีกทั้งกำหนดเจตนารมณ์ในการที่จะขจัดปัญหาขอทานให้หมดสิ้นไปจากภูมิภาคอาเซียน
     พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกิจกรรมในวันนี้ เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งสำหรับ ความร่วมมือตามแนวทาง "ประชารัฐ” ของรัฐบาล ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมทั้งเครือข่ายอาสาสมัครชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะอาสาสมัครของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อร่วมกันป้องกันปัญหาการแสวงหาประโยชน์ และการค้ามนุษย์จากกลุ่มผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากในภูมิภาคอาเซียน พร้อมทั้งร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ ซึ่งอาสาสมัครและผู้แทนองค์กรเครือข่ายในภูมิภาคอาเซียน ต่างมีเจตนารมณ์ร่วมกัน ดังนี้ 1) เราจะร่วมกันเฝ้าระวังและเป็นเครือข่ายป้องกันการค้ามนุษย์ 2) เราจะประสาน การช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาอย่างทันท่วงที และ 3) เราจะสนับสนุนและเป็นหุ้นส่วนของรัฐ ในการแก้ไขปัญหา อย่างจริงจัง
    "กระทรวง พม. พร้อมบูรณาการร่วมมือกับทุกภาคส่วนของสังคมตามแนวทาง "ประชารัฐ” ของรัฐบาล เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ เพราะเชื่อว่าการประสานความร่วมมือคือพลังสำคัญในการแก้ไขปัญหา (More Hands Make Bigger) ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนสามารถร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาการค้ามนุษย์ หากพบเห็น คนขอทานคนไร้ที่พึ่ง โทรแจ้ง ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน โทร. 1300 บริการ 24 ชั่วโมง” พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวในตอนท้าย
 
 
 
 

ที่มา:รัฐบาลไทย