การพัฒนาศูนย์ประสานการพิสูจน์สัญชาติแรงงานเมียนมา ในพื้นที่จังหวัดตาก (CI)


 
กรมการจัดหางาน ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน จังหวัดตาก และจังหวัดเมียวดี ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ให้การต้อนรับพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานของศูนย์ประสานการพิสูจน์สัญชาติแรงงานเมียนมา หรือศูนย์บริการเพื่อการทำงานของคนต่างด้าว สัญชาติเมียนมาในจังหวัดตาก (CI) โดยกรมการจัดหางานเป็นเจ้าภาพหลัก ในการบริหารจัดการภายในศูนย์ฯ โดยได้รับมอบนโยบายหลัก จากพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่ รับการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พัฒนางานด้านการบริการให้มีความสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยกรมการจัดหางานได้ปรับสถานที่ใหม่ให้มีความสะอาด สวยงาม มีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนนายจ้างและแรงงานต่างด้าวให้ทราบถึงขั้นตอนการดำเนินงานอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับมีป้ายบอกทุกขั้นตอนในการติดต่อประสานงานอย่างชัดเจน ซึ่งนอกจากนี้ ยังได้ปรับระบบคิวใหม่เพื่อให้งานด้านบริการมีความสะดวก รวดเร็ว ได้มาตรฐานสากลยิ่งขึ้น
 
จังหวัดตากเป็นจังหวัดชายแดนที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเมียนมา เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมสูง แต่ประสบปัญหาจำนวนแรงงานในท้องถิ่นมีน้อย ทำให้ต้องนำเข้าแรงงานต่างด้าวจากประเทศเมียนมาเข้ามาทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานอยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต ที่ผ่านมาพบแรงงานต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดตาก ตรวจสัญชาติไม่ถึงร้อยละ 50 จากข้อมูลของจัดหางานจังหวัดตาก ทราบว่า มีแรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว จำนวน 34,634 ราย แรงงานต่างด้าวบัตรสีชมพู จำนวน 15,320 คน แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับ ตามมาตรา 64 จำนวน 3,653 คน และแรงงานต่างด้าวกลุ่มคัดกรองความสัมพันธ์นายจ้าง-ลูกจ้าง จำนวน 21,427 คน
 
ทั้งนี้ กรมการจัดหางานได้เร่งแจ้งเตือนให้นายจ้าง สถานประกอบการในพื้นที่ รีบดำเนินการนำแรงงานต่างด้าวไปตรวจสัญชาติก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เพื่อเปลี่ยนสถานะให้เป็นแรงงานต่างด้าวที่ถูกต้องตามกฎหมาย ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 1 มกราคม 2561 หากพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วตรวจพบการจ้างแรงงานผิดกฎหมาย นายจ้างและแรงงานต่างด้าวจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายใหม่ทันที ซึ่งมีโทษปรับตั้งแต่ 400,000 - 800,000 บาท ต่อคน ต่อแรงงานต่างด้าวที่จ้าง 1 คน
 
 
 
 

ที่มา:ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน